Sunday, September 11, 2011

สูตร 5 เล็ก เพื่อชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เขียนโดย อ.สาทิส อินทรกำแหง (ชีวจิต)


ตอนนี้กำลังพูดถึง “การออกกำลังกาย” กับฮอร์โมนหลายชนิดอยู่ ที่ว่าหลายชนิดนี้ หมายถึง ฮอร์โมนชนิดต่างๆที่จะหลั่งออกมาเพิ่มพลังพิเศษให้แก่ร่างกายโดยการออกกำลังกาย


ขอพูดถึงฮอร์โมนพิเศษอีกตัวหนึ่งซึ่งจะหลั่งออกมาก็ต่อเมื่อเราออกกำลังกายจนถึงจุดสูงสุดของการออกกำลังกาย เราเรียกว่า PEAK (อ่านว่า พีค)


การจะถึงจุด PEAK ของการออกกำลังกาย จะต้องมีอาการถึง 3 อย่างด้วยกัน คือ


1. หัวใจเต้นแรง

2. ลองจับชีพจรที่ข้อมือดูจะได้ 120-140 ครั้งต่อนาที

3. เหงื่อจะออกโทรมกาย


เมื่อได้จุดสูงสุดของการออกกำลังกายนี้ ฮอร์โมนพิเศษตัวหนึ่งจะถูกขับออกมา ชื่อว่า เอ็นโดฟิน(ENDORPHINS)
เอ็นโดฟินนี้บางคนชอบเรียกว่า “สารสุข” เพราะเมื่อฮอร์โมนตัวนี้หลั่งออกมา จะรู้สึกว่าตัวเบา อารมณ์ดี มองดูอะไรมันก็สวยงาม รู้สึกมีความสุขร่าเริง


และว่ากันที่จริง เจ้าเอ็นโดฟินตัวนี้ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกับหัวหน้าฮอร์โมนตัวใหญ่ คือ โกร็ธฮอร์โมน (GROWTH HORMONE) หรือที่เรียกย่อๆว่า GH. ซึ่งได้อธิบายไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว


และเจ้า GH. ตัวนี้ก็มีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์อย่างมหาศาล ได้พูดไว้เมื่อตอนที่แล้วนะครับว่า GH. เป็นฮอร์โมนสำคัญตั้งแต่ตอนที่เราเกิดมา เราเจริญเติบโตจากเด็กอ่อนกลายเป็นเด็กโต จากเด็กโตกลายเป็นหนุ่มสาว และจากหนุ่มสาวเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ก็เพราะมีฮอร์โมน GH. นี้เป็นตัวเร่งและตัวกำกับความเจริญเติบโตของเรา

แต่เมื่อเราเติบโตเต็มที่แล้ว ประมาณอายุ 20-25 หรือบางคนเติบโตเร็วก็ประมาณอายุ 18 ก็โตเต็มที่ก็มีเหมือนกัน ธรรมชาติก็จะคอยเป็นตัวควบคุมไม่ให้ร่างกายสูงและโตเกินปกติ GH. ก็จะเริ่มหลั่งน้อยลง


หรือบางคน ระบบฮอร์โมนผิดปกติ GH. ออกมาน้อยหรือบางทีอายุยังไม่ถึง 30 GH. ก็แทบจะไม่หลั่งเลย ก็จะเห็นความผิดปกติซึ่งชี้ให้เห็นว่า สุขภาพประจำตัวใช้ไม่ได้


ลักษณะเช่นนี้จะเห็นได้ชัดตรงรูปร่างหน้าตา ผิวเหลืองซีดเหมือนคนอมโรค ร่างกายผอมเกร็ง หรือบางทีก็เตี้ยผิดปกติ ตรงนี้แหละครับที่เคยมีบางท่านได้คิดวิธีเอาฮอร์โมน GH.เทียมมาใช้ทดแทน GH. ของมนุษย์ซึ่งก็ไม่ได้ผลดังที่ได้เล่ามาแล้ว


แต่สำหรับหลายคนที่เจริญเติบโตตามปกติ จนกระทั่งร่างกายเจริญเต็มที่ไม่สูงไม่โตจนผิดธรรมชาติดังกล่าวแล้ว GH. ก็จะเริ่มหลั่งน้อยลง นั่นก็คือ เมื่ออายุประมาณ 20-25 นี่แหละครับ การหลั่งน้อยลงของ GH. ในอายุขนาดนี้ ถือว่าเป็นอาการปกติของธรรมชาติ


ระยะนี้นี่แหละที่ผมถือว่าเป็นโอกาสทองของทุกคนที่จะต้องเอา 5 เล็กตัวสุดท้าย คือ “การออกกำลังกาย” มาเป็นยาวิเศษที่จะช่วยชุบชีวิตของคุณต่อไปในอนาคต หมายถึงโอกาสทองสำหรับชีวิตที่ดีสดสวยสุขภาพสมบูรณ์ตั้งแต่ตอนหนุ่มสาวเจริญเต็มที่ไปจนกระทั่งตอนแก่และตอนตาย


การออกกำลังกายอย่างเต็มที่ระยะนี้ จะทำให้คุณแข็งแรงสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจไม่แก่ไปจนตลอดชีวิต


โดยเหตุนี้หลักการ 5 เล็ก ข้อสุดท้าย คือ “การออกกำลังกาย” นั้น จึงต้องทำหรือว่าที่จริงคุณพ่อคุณแม่ของลูกๆ จะต้องวางแผนหรือฝึกการออกกำลังกายให้กับลูกๆมาตั้งแต่เล็กๆทีเดียว


แล้วยังไงต่อละครับ หลายท่านอาจจะยกมือสูงประกาศว่า ผมออกกำลังกายมาแต่เล็ก แต่ตอนนี้ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ไม่มีเวลามาออกกำลังกายเลย ทำไงดีครับ


ไม่เป็นไรครับ ใจเย็นๆ ไม่ต้องมาถามผมหรอกว่า ทำไงดี ถามตัวคุณเองเถอะว่า คุณพอใจกับสภาพร่างกายและจิตใจของคุณตอนนี้มากแค่ไหน


1. ลองนั่งตัวตรงๆ ก้มลงมองเท้าของคุณ มองเห็นหัวแม่เท้าไหม ไม่เห็น ทำไมไม่เห็น ก็พุงไขมันเบ้อเร่อห้อยอยู่ที่ท้อง แล้วจะเห็นหัวแม่เท้าได้อย่างไร


2. ลองงอข้อศอกแล้วยกแขนขึ้น จับดูที่ท้องแขนท่อนบน มีอะไรห้อยต่องแต่งออกมา นั่นก็ไขมันอีกใช่ไหม ลองดูเพียง 2 อย่าง แบบง่ายๆอย่างนี้ ถ้าคำตอบว่า “ใช่” ทั้ง 2 ข้อ ก็ต้องดูต่อไปว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ส่องกระจกดู เอ หน้าชักจะกลมๆ คอก็เป็นปล้องๆ และดูเหมือนคอจะสั้นกว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อน

3. ลองลุกขึ้นยืน ยกขาซอยเท้าสลับกัน 2 ข้าง นับให้ได้ 20 ครั้ง เป็นไง เหนื่อยหายใจหอบ ทำต่อไปไม่ไหว แล้วอายุตอนนี้เท่าไหร่ สามสิบกว่าๆครับ นั่นแหละครับ เช็กตัวเองง่ายๆ 2-3 อย่างเท่านี้ คุณตอบตัวเองได้แล้ว ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองด่วน


ขอเรียนท่านผู้อ่านแฟนๆชีวจิตเกี่ยวกับเรื่องการตรวจอย่างคร่าวๆว่า อ้วนจริงหรือเปล่า อย่างที่เล่าให้ฟังข้างบนนี้นะครับ ดูเหมือนจะเป็นการตรวจแบบสมมติเอาเอง ไม่สมมติเอาแต่ตรวจแบบกันเองอย่างนี้จริงๆ คุณ พ. ที่ตรวจก็เป็นผู้มีน้ำหนักมาก และมีอาการอื่นๆ ซึ่งแสดงว่าป่วยเนื่องมาจากน้ำหนักตัวมากๆเกินไปจริงๆ บังเอิญคุณ พ. คนนี้ มีความสนิทสนมกันเป็นส่วนตัวมาก่อน รู้เบื้องหลังการปฏิบัติตัว และรู้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักเกินของคุณ พ. เป็นอย่างดี


และก็คุณ พ. คนนี้แหละที่อาสาว่าจะไปแก้เรื่องการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนด้วยตัวเอง แกไปสมัครเป็นสมาชิกห้องยิม แล้วก็ออกกำลังกายหามรุ่งหามค่ำ อยากจะให้น้ำหนักลงเร็วๆ ผลกลับตรงกันข้าม น้ำหนักยิ่งเพิ่มกว่าเดิม ตรงกับเคสต่างๆที่อาจารย์แฮนลี่และอาจารย์คล้าซ์ได้ศึกษามาหลายเคสไม่มีผิด คือ ยิ่งออกกำลังกายมาก น้ำหนักยิ่งเพิ่มขึ้น แทนที่จะลดลง


ผมจึงต้องแก้การน้ำหนักยิ่งเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลงของคุณ พ. ด่วน ต้องใช้การแก้ด้วยอาหารที่มีฮอร์โมน และใช้การระงับอารมณ์ช่วยให้จิตใจและร่างกายผ่อนคลายด้วยวิธี กดจุด การผ่อนคลาย RELAXATION และ VISUALIZATION หรือ การทำสมาธิแบบง่ายๆ (จะอธิบายละเอียดทีหลัง)

ขอพูดเรื่องฮอร์โมนที่ค้างไว้ก่อน ตามหลักเมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ GH. จะลดลงดังได้อธิบายแล้ว เมื่อ GH. ลดลง ระบบต่างๆในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ความสดใสทางผิวหนัง กระแสเลือดและพลังจะลดลง

เมื่อ GH. ลดลง จากการทำงานของต่อมพิทูทารีลดการขับ GH. ให้น้อยลง ระบบของร่างกายก็จะเริ่มหาพลังมาทดแทนพลังจาก GH.เมื่ออายุเริ่มเข้าเขต 40 ต่อมหมวกไตหรือ ADRENAL จะขับฮอร์โมนคอร์ติโซลออกมามากขึ้นเพื่อสร้างพลังทดแทน


พลังจากฮอร์โมนคอร์ติโซลนี้มีแรงมากนะครับ และจะมีลักษณะออกไปในทางก้าวร้าวมากด้วย ฉะนั้น เมื่อต่อมหมวกไตขับฮอร์โมนนี้ออกมามากเกินไป เจ้าของร่างกายก็จะมีแรงมาก แต่ออกไปในลักษณะดุดัน บางคนดุมาก โมโหมาก พอถูกขัดใจมากๆ ก็ลืมตัว ออกแรงแบบดุดันถึงขนาดฆ่าคนได้ก็มีรายงานมาหลายรายแล้ว

เมื่อมีพลังดุดันมากเช่นนี้ ร่างกายก็มีระบบแก้ไขสร้างพลังถ่วงขึ้นมา เมื่อมีคอร์ติโซลมาก ต่อมอดรีนัลด์เลยสร้างฮอร์โมน DHEA ขึ้นมาเป็นตัวถ่วง เหมือนกับรถยนต์ที่มีคันเร่งวิ่งได้เร็วก็ต้องมีเบรกเป็นของคู่กันกับคันเร่ง มิฉะนั้นรถก็พัง คนขับก็ตาย


ทีนี้ตามหลักวิชาเกี่ยวกับฮอร์โมนนะครับ ถ้ามีฮอร์โมนคอร์ติโซลมาก จะเป็นตัวเพิ่มไขมันในตัวเพิ่มมากเป็นเงาตามตัว ฉะนั้น คนที่ออกกำลังกายมาก คอร์ติโซลก็หลั่งออกมามาก น้ำหนักตัวแทนที่จะลดก็กลับเพิ่มมากขึ้น อยากจะลดน้ำหนักผลลัพธ์จึงออกมาในทางตรงกันข้าม


เอาเรื่องอาหารมาช่วยแก้ ก็ต้องระวังอาหารประเภทเนื้อ หมู ไก่ ให้มากขึ้น เพราะอาหารเหล่านี้มีแอมมิโน แอซิดส์ ซึ่งจะช่วยสร้างคอร์ติโซลให้มากขึ้น ออกกำลังกายแทนที่จะลดความอ้วน น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้น


และในขณะเดียวกันต้องกินโปรตีนชนิดที่จะช่วยสร้าง DHEA เพราะจะเป็นตัวถ่วงไม่ให้คอร์ติโซลมีมากจนเกินไป อาหารสร้าง DHEA ได้แก่โปรตีนจากพืช คือ พวกถั่ว และพวกปลาทะเล.


▼สาทิส อินทรกำแหง


▲http://www.thairath.co.th/column/life/chewajit/197303

Wednesday, May 11, 2011

Cosmetic Ingredients

As we are learn more about our skin, the public is becoming more ingredient conscious. Understanding what substances make up a product can be helpful. If you have a known allergy, your dermatologist or allergist can help you determine other related ingredients. It will also help you to understand what makes a product greasy, irritating, acne-flaring, drying and hopefully those that are effective, too! This is not meant to be a complete list of every ingredient used in the industry, but will attempt to cover the most popular individual ingredients and categories that have gained recognition as of late. Use this as a handy reference by which to gain information as you learn more about your skin through our site. This list shall be continually expanded.

The Fair Packaging and Labeling Act (FP&L) has set guidelines regulating ingredient listings. Listings begin with the ingredient present in the largest concentration (often times the necessary vehicles water or SD alcohol 40) and moves downward to often times trace elements. The vehicle is responsible to carry the other ingredients, creating the actual suspension, so just because water may potentially make up most of a product, it is usually for good reason.

Exceptions to the rule (yes, there always seems to be exceptions)

If the cosmetic also acts as a drug, then the drug is listed prior to all of the cosmetic ingredients regardless of its concentration.

Trade secrets do not need to disclose the combination of "actives" but the company must submit an application to the FDA in order to list this term and avoid disclosing the ingredients on the label.

Colors are typically listed last.

Confusion abounds when ingredients have more than 1 name, botanical equivalent names and more than 1 molecular variation. Then, the ingredient may be listed in a multitude of ways.

Many times the actual active ingredient(s) may be listed by itself. This ingredient is what does the actual work in a product. That does not mean it is the ingredient present in the highest concentration. Take sunscreen for example. Titanium dioxide may be listed as the active ingredient. Although titanium dioxide may not be present in the greatest percent concentration, it is what makes the product screen the sun's rays. So it becomes listed first as the active ingredient. The other inactive ingredients are present to help create the vehicle and possibly enhance its effectiveness.

Any ingredient present under 1% concentration may be listed in any order as long as it is listed after all of the other ingredients present at or above 1%. Only problem with this is that there is no guideline to disclose where the 1% cut off exists on the label!

Terms that Describe Activity of the Ingredient:

  • Antioxidants: We are finding more and more present in our skin care these days, and for good reason. Our environment can severely damage our skin by oxidizing and deteriorating our cells, like rust on a car, in the form of free radicals. Antioxidants fight free radicals, and prevent much of this damage.
  • Binding Agent: Substances that hold products together and prevents separation of the water and lipid components.
  • Emollients: Substances that smooth and soften the skin. There are literally several hundred emollients, each providing its own individual texture to the skin.
  • Emulsion: A blend of oil and water into a single smooth product. Humectants: Substances that can attract water, usually out of the air. By definition, all humectants are also moisturizers.
  • Lubricants: Substances that make skin feel smoother to the touch and reduce friction.
  • Preservatives: Substances that kill detrimental bacteria, yeast and/or molds, thus prevent spoilage. Preservatives are not a bad thing.
  • Solvents: Substances, such as alcohol or water, which dissolve other ingredients.
  • Surfactants: Substances that enable a topical product to easily spread and glide across the skin.
  • Vehicle: The base that carries the active ingredients.

COMMON INGREDIENTS

  • Acetate: an acetic acid salt ; the word that follows or precedes acetate on an ingredient list determines the function.
  • Acetone: solvent commonly used in fingernail polish removers and toners; can be drying and irritating depending on concentration. Non-acne forming.
  • Acetylated Lanolin Alcohol: helps soften skin and has anti-allergenic tendencies; is highly prone to comedogenicity (causes blackheads and/or whiteheads)-this is an example of an alcohol that is not drying.
  • Acrylates Copolymer: active ingredient in an oil-absorbing gel, like Clinac O.C.
  • Acrylates/Octylpropenamide Copolymer: creates a water-repelling basis for cosmetics claiming water-proof properties.
  • Alcohol SD-40: sometimes listed as SD Alcohol 40 and synomymous with alcohol SDA-40, it is a high grade purified cosmetic alcohol. Evaporates instantly, so it is used as a vehicle to transport important ingredients to the skin's surface and then leave them there; gentler to the skin than ethyl (rubbing) alcohol. May help kill bacteria.
  • Algae/Seaweed Extract: an emollient, restoring moisture content to skin; claims to have antioxidant properties.
  • Allantoin: a botanical thought to have calming properties to the skin that help resolve irritation.
  • Alpha Hydroxy Acid: an active ingredient derived from fruit acids. Helps exfoliate the top layers of the epidermis: promotes moisture restoration and helps penetration of other ingredients; highly sought after for use in anti-aging and bleaching skin care products. May irritate the skin but do not advance skin aging. Buffering the pH helps make them less irritating to the skin. AHA's include: citric acid (citrus fruits), glycolic acid (sugar cane), lactic acid (milk), and the less common AHAs used in cosmetics malic acid (apples) and tartaric acid (wine). AHAs increase sun sensitivity due to their exfoliant behavior.
  • Alpha Lipoic Acid: an antioxidant; is both water and fat soluble so it can go to many areas of a cell.
  • Alum: usually in crystal or powder form; has strong astringent properties; used in stypic sticks, popular with men who often nick themselves shaving.
  • Ascorbic Acid: vitamin C; used as an antioxidant in its L-ascorbic acid form, can have skin lightening effect in certain preparations, is important to keeping as well as rebuilding healthy collagen fibers.
  • Ascorbyl Palmitate: preservative with antioxidant properties: its presence helps make possible the blending of vitamins A, C, and D into a suspension.
  • Beeswax: waxy component in many skin care products; provides moisture as well as a barrier mechanism. Allows for oil and water blending (emulsion).
  • Benzoyl Peroxide: antibacterial agent kills p. acnes, the germ responsible for acne flares. Can be drying and/or irritating. Some reports of benzoyl peroxide skin allergies. Available in both prescription and OTC forms ranging from 2 -10%.
  • Beta Hydroxy Acid: new term for salicylic acid, a long term ingredient used for exfoliation of dry skin as well as for acne therapy.
  • Boric Acid: used as a preservative to prevent yeast overgrowth. While an antiseptic agent, it is out of favor for use in skin care products due to its irritancy potential.
  • Caffeine: used to alleviate puffiness under eyes.
  • Camphor: a cooling agent used to help alleviate itching and irritation in many skin care and medicated products.
  • Carbomers (934, 940, 941, 980, 981): stabilize and thicken products.
  • Carmine: red pigment; found in many mascaras, and it can be irritating.
  • Caviar (Roe Extract): Fish eggs high in mineral and vitamin content (B1,2,6, as well as A,E & D). Promoted as useful for improving the health and appearance of maturing skin.
  • Cellulose: plant matter used to as a thickener, also helps suspend oil and water formulations.
  • Ceramides: epidermal hydrating agent; expensive due to its scarcity.
  • Ceteareth: cetearyl and stearyl alcohols combined for use as a lubricant.
  • Cetyl Alcohol: lubricant and helps emulsify oil and water formulations. Is non- irritating nor drying and is not related to isopropyl alcohol. Not supposed to be acne-forming.
  • Collagen: the main supporting fiber located within the dermis, gives strength and provides structure. You cannot replace lost collagen by applying it to your skin as it is incapable of penetration, but topical collagen is able to moisturize and hydrate by holding many times its own weight in water
  • Cyclic Acid: a new term for Hyaluronic Acid: a strong hydrating complex holds 1000 times the water in skin.
  • Cyclomethicone: form of silicone; gives products a smooth texture without blocking pores.
  • Dimethicone: also a form of silcone; gives slip and glide to products: has been used in some scar therapies.
  • EDTA: preservative: potential for causing contact dermatitis.
  • Elastin: a fiber within the dermis similar to collagen, gives support and "snap" to the skin. In topicals, it cannot penetrate the skin, but is great for protecting against moisture loss.
  • Ellagic Acid: this naturally occurring ingredient helps to inhibit the formation of sun and age spots.
  • Ethyl Alcohol: aka rubbing alcohol or ethanol; antibacterial function; usually too strong for regular use in cosmetics.
  • Glycerin: hydrates and provides a skin barrier; allows topical agents to go on very smoothly; a concern is clogging of pores when present in high concentrations.
  • Glycine: amino acid vital to collagen composition and production.
  • Glycogen: building block of sugar, acts as a conditioner.
  • Glycolic Acid: an alpha hydroxy acid helpful for acne-prone skin, resolves dry skin conditions; used in chemical peels as well as to help reduce the appearance of pores and wrinkles; exfoliates excess flaking or crusty skin.
  • Glycol Stearate: thickening agent helps give products a luminescent or opalescent appearance.
  • Grape Seed Extract: a botanical extract shown to be an effective antioxidant
  • Green Tea Extract: shown to be a powerful antioxidant and is found in Replenix.
  • Hyaluronic Acid: lately referred to as a "cyclic acid"; can hold 1000 times its own weight in water, great hydrator as used in Cellex-C Hydra 5 B-Complex and Cellex-C Skin Hydration Complex; also helps to draw in "active" ingredients deeper into the skin.
  • Hydroquinone: skin pigment lightening agent; a maximum of 2% may be obtained over the counter; higher concentrations available by prescription.
  • Isopropyl Alcohol: vehicle with antibacterial properites; drying to the skin especially in higher concentrations.
  • Isopropyl Isostearate: emollient.
  • Isopropyl Palmitate: emollient helps moisturize skin. No allergic potential although is derived from palm and/or coconut oils. Comedogenic in nature.
  • Isostearic Acid: fatty acid that forms film on skin.
  • Kaolin (China Clay): used in oil-absorbing powders and masques; highly absorbent.
  • Kojic Acid: skin lightener; touted as a bleaching agent for ethnic skin.
  • Lactic Acid: alpha hydroxy acid used in dermatology to hydrate and smooth dry, flaking skin. May occasionally be used in higher concentrations (well above 12% medical grade) as a chemical peel.
  • Lanolin: emollient and moisturizer; obtained from sheep; a sensitizer like other wool derivatives, in eczema-prone individuals
  • Lecithin: a water-attracting agent used in products to help hydrate the skin and improve the texture and ease of spread onto the skin.
  • L-Ergothioneine: naturally occurring antioxidant.
  • Licorice Extract: skin lightener; deemed as more potent than kojic acid or vitamin C for this function.
  • Linoleic Acid used to create emulsions; its EFA origins help to hydrate dry, parched skin. Cosmetic vernacular refers to it as Vitamin F.
  • Lysine amino acid incorporated to condition skin.
  • Octyl Methoxycinnamate FDA approved chemical sunscreen with contact dermatitis potential in some individuals. Related to Balsum of Peru with cross reactions possible for those with contact dermatitis to either agent.
  • Octyl Palmitate: allows hydration and works as a solvent without giving skin a greasy texture.
  • Octyl Salicylate: Commonly incorporated into sunscreens for its antibacterial abilities and helps prevent product from turning rancid.
  • Oxybenzone: FDA approved UVA absorbing chemical sunscreen ingredient.
  • PABA(Para-Aminobenzoic Acid): UVB absorber used in sunscreens during the 1970's; became a frequent cause of contact dermatitis, therefore it is now out of favor.
  • Panthenol: a B vitamin (B5), works as a humectant (holds water in the skin). May promote healing.
  • Parabens: preservatives; deemed safe and unlikely to irritate the skin. widely used for cosmetics; various forms will be listed with the ingredient usually ending in "-paraben", as in the following word (i.e. methyl paraben).
  • Petrolatum: heavy bland base, most commonly known for its use in Vaseline; good for sensitive skin however it is occlusive and can cause plugging of the pores and acne in prone individuals.
  • Polybutene: helps make liquids texturally viscous.
  • Poly Hydroxy Acid: PHA, derived from the buds of fruit trees, claims to be gentler yet as effective as AHAs; still debatable.
  • Proline: amino acid vital to the composition and production collagen.
  • Propylene Glycol: vehicle for cosmetic solutions; excellent for hydrating dry skin but can act as a contact dermatitis sensitizer in prone individuals.
  • Resveratrol: antioxidant which supports and protects collagen.
  • Retinol: a derivative of vitamin A; fat soluble; depending upon concentration, estimated to be approximately 10 times less effective than tretinoin.
  • Retinyl Palmitate: (also known as Vitamin A Palmitate); considered a more stable alternative to retinal for normalizing the skin's texture and helping smooth out fine lines. Is the ester of retinol combined with palmitic acid; thought to be less irritating than retinol.
  • Retinyl Palmitate Polypeptide: water soluble formulation of Vitamin A.
  • Rose Hips: botanical extract of rose petals found to have high concentrations of vitamin C.
  • Salicylic Acid: classified as a BHA (beta hydroxy acid); medically used as an exfolliant and debriding agent. Cosmetically used in some chemical peels and to reduce oiliness, acne and the appearance of fine lines.
  • Silica: highly oil absorbant.
  • Silcone: protects the skin and creates a sheen. Thought to be helpful in reducing the appearnce of hypertrophic scars.
  • Silk Powder: incorporated into cosmetic powders to help absorb skin moisture and oils.
  • Silk Proteins: prevents dehydration; commonly found in eye rejuvenation creams.
  • Sodium Bicarbonate: neutralizes acid, making products less irritating; commonly known as baking soda.
  • Sodium Borate: preservative; related to boric acid; potential irritant.
  • Sodium Hyaluronate: related to Hyaluronic acid (salt form), works to moisturize the skin; can hold more than 1000 times its own weight in water.
  • Sodium Laurel Sulfate: used in most cleansers and soaps; acts as a surfactant, offers good foaming qualities; a known skin irritant, but contrary to popular urban myths, does not cause cancer.
  • Sorbic Acid: preservative; primarily protects product from yeast overgrowth.
  • Sorbitol: sugar-based ingredient; pulls water by osmosis from the largest source. Typically this is the air, so it helps hydrate skin. In arid conditions, however, water will be pulled out of the skin, resulting in dehydration.
  • Stearic Acid: Essential fatty acid used in soap manufacturing; may cause irritation.
  • Sulfur: helps kill normal bacteria on the skin improving acne, seborrhea and psoriasis conditions. Typically found in soaps, shampoos and some topical acne medications.
  • Titanium Dioxide: physical UV blocker, helps block both UVA and UVB wavelengths of light.
  • Triclosan: used as a preservative; felt to be hypoallergenic.
  • Tyrosine: amino acid that stimulates fibroblasts to make more collagen when paired with ascorbic acid; plays a role in melanin formation.
  • Vitamin A: useful for smoothing out dry skin, minimizing pore size as well as keeping pores clean, and helps reduce the appearance of fine wrinkle lines. Causes sun sensitivity and not to be used if pregnant or nursing.
  • Vitamin B: helps improve chemical effectiveness; found in products such as Cellex-C Hydra 5-B.
  • Vitamin C: stimulates fibroblast activity to produce collagen; vital antioxidant both systemically as well as when used topically in L-ascorbic acid form. Typically considered water soluble.
  • Vitamin D: regulates cell turn over; used in prescription derivatives to help control psoriasis (Dovonex).
  • Vitamin E: Tocopherol; antioxidant; helps prevent ultraviolet light damage to the skin, so is incorporated into a variety of cosmetic as well as sunscreen preparations. Helps to moisturizer skin as it is oil-soluble.
  • Water: Most frequently listed main ingredient in skin care products, used in its purest form, void of minerals and other chemicals, hence the various names like distilled, deionized, purified, etc.
  • Witch Hazel: botanical with astringent properties, helps remove excess surface skin oils.
  • Xanthan Gum: thickening agent.

We hope you will continue to use this as a reference, and check for further updates.

Thank you for taking the time to read this newsletter. We hope you have found it informative.

Audrey Kunin, M.D.

(Any topic discussed in this article is not intended as medical advice. If you have a medical concern, please check with your doctor.)
www.dermadoctor.com
Copyright 2000-2011, DERMAdoctor, Inc., All rights reserved.

 

THANK YOU >> http://www.dermadoctor.com/article_Cosmetic-Ingredients_108.html

Thursday, May 5, 2011

แปะมือกันป่วย…หมอรวยตามเคย

ตลอดเดือนที่ผ่านมาอิชั้นกับลูกชายก๊อตตี้ผัดกันป่วย ลูกเอาเชื้อโรคมาฝากจากโรงเรียน เป็นหวัดไอจนตัวโก่งน่าสงสาร ไม่กี่วันต่อมาแม่ก็เป็นหวัด ไอ แบบหนักมาก ไอแบบเลือดออกมาเลย ไอจวนปวดท้อง ฉี่เล็ด ไอที่เจ็บซี่โครง ไอจนเหนื่อย นั่งร้องไห้เลยค่ะ พอลูกค่อยยังชั่วหน่อยนึงก็มาทวงเอาเชื้อโรคคืนจากแม่ ลูกป่วยงอมอีก มีช่วงนึงที่อิชั้นเป็นแบบหนักๆ นอนซมเลยก็ 4-5 วัน ต้องลากสังขารขับรถรับ-ส่งลูก กินยาเป็นตะกร้า หนูดีโตพอที่จะหากับข้าวกับปลากินเองได้ แล้วอาหารโฟรสเซ่นก็ซื้อไว้เต็มตู้เย็น แต่ไอ้ตัวเล็กสิคะ อิชั้นยังต้องไปหุงหา (บางที่ยังต้องป้อน) ขุนให้เสร็จๆ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนตัวเองช่วง 4-5 วันนั้น น้ำหนักหายไป 9 ปอนด์ ชอบจังเลย แต่ไม่ชอบตรงที่ป่วย พอฟื้นตัวมาหน่อยก็ฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้คืนมาหมดทุกกิโลทุกขีดแล้วยังได้แถมมาอีกหน่อย

page-673สก๊อตตี้ที่โรงเรียนวัน Easter Party ค่ะ

ตอนกลางๆ เมษาก็พาพ่อบ้านไปโรงพยาบาลทำ colonoscopy ซึ่ง 2-3 วันก่อนหน้าก็ต้องมีการเตรียมตัว ล้างไส้ล้างพุง ห้ามกินโน่นกินนี่ ต้องดื่ม solution ที่รสชาติ “โคตรโหด” เป็นแกลลอน ตามเวลาที่เค้ากำหนดมา (เคยต้องดื่มไอ้โซลูชั่นนั่นตอนที่ผ่าตรูด จำได้ว่ารสชาติ so nasty กว่าจะหมดขวดแทบตายเลยค่ะ) อีกอย่างนึงที่น่ารำคาญมาก คือ ผู้ชายนะคะ จริงๆ แล้วใจเสาะ ขี้กลัว กว่าผู้หญิงเยอะเลย ('MythBusters' confirms whether women tolerate pain better than men.) กลัวๆๆๆ บ่นๆๆๆ ตลอดเวลาที่รู้ว่าต้องทำเทสต์อันนี้ (เกือบๆ 1 เดือน) พูด พล่าม บ่น สงสัย กังขา แพล่มๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา เบื่อหน่ายมาก อิชั้นเหนื่อยหน่ายที่ต้อง “ฟัง” จนต้องตะหวาดแว๊ดกลับไปหลายหน กรู….ผ่าตรูด 2 ครั้ง ผ่าคลอด 2 หน แต่ละหนหมอผ่าขาดกลางครึ่งตัวเลย ไม่บ่นซักคำ แล้วก็ยังไม่ตาย แค่ต้องโดนหมอเอากล้องเสียบตรูด (ไม่ใช่กล้อง DSLR หรือ กล้องส่องดูดาวซะหน่อย 555) แถมเค้าให้ดมยาสลบด้วย โอ้ยยยย… เบื่อ ตอนนี้ค่อยสบายหูไปหน่อย เพราะจบไปแล้ว แต่ก็ต้องขับรถบริการอยู่ 2-3 วันหลังจากทำเสร็จ ตามหมอสั่ง ขนาดตัวเองป่วยๆ ก็ยังต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดี หรือ subservient wife  (ฟระ) เพราะเบื่อไม่อยากบ่น ไม่อยากทะเลาะกับ whining old man อดทน นับถอยหลัง ให้มันจบๆ เสร็จๆ ซะทีจะได้สบายหู เฮ้อออ…… 

page-671พ่อหยุดอยู่บ้านบ่อยๆ เด็กๆ เลยได้ออกไปไหนๆ บ่อย Eat Out บ่อย และได้ของเล่นใหม่ๆ แทบทุกวัน

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ colonoscopy มาให้อ่านค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า colonoscopy ดูค่ะ

How to Prepare for the Colonoscopy Test

You will need to completely cleanse your intestines. Your health care provider will give you instructions for doing this. This may include a combination of enemas, not eating solid foods for 2 or 3 days before the test, and taking laxatives. You will usually be told to stop taking aspirin, ibuprofen, naproxen, or other blood-thinning medications for several days before the test.

You will be asked to drink plenty of clear liquids for 1 - 3 days before the test. Examples of clear liquids are:

  • Clean coffee or tea
  • Fat-free bouillon or broth
  • Gelatin
  • Sports drinks
  • Strained fruit juices
  • Water

Unless otherwise instructed, continue taking any regularly prescribed medication. Stop taking iron medications a few weeks before the test, unless your health care provider tells you otherwise. Iron can produce a dark black stool, which makes the view inside the bowel less clear.

Outpatients must plan to have someone take them home after the test, because they will be woozy and unable to drive.

page-667ก๊อตตี้เน่าๆ หลังเลิกเรียน และเด็กๆ ที่ร้านว๊าฟเฟิ่ลแสนโปรด อยากทำว๊าฟเฟิ่ลได้เจ๋งๆ แบบนั้นจังเลย กรอบนอก-นุ่มใน ซื้อกลับมาแช่ตู่เย็น 3-4 วัน เออใส่เตาติ๊งแป๊บนึง ออกมากรอบนอก-นุ่มใน หอมเหมือนใหม่สดจากร้านเลยค่ะ

หลังจากทำส่องกล้องลำไส้ใหญ่เสร็จ อีกสัปดาห์ต่อมาพี่แกก็ต้องไปทำ biopsy ตับ คราวนี้ก็โวยวายติดต่อกันหลายวันไม่หยุดเหมือนเดิม เบื่อฟังมากๆ (ที่เอามานินทา ไม่ใช่ไม่รักนะคะ รักอยู่แล้วววว….. จะบ้าบอคอแตกก็ต้องรัก เพราะเป็นคนหาเลี้ยง 5555) ที่บ่นมากมายเพราะเค้าไม่ได้วางยาสลบ แต่จะฉีดยาให้ชาบริเวณที่จะถูกเจาะเท่านั้น หมอจะใช้เข็มเจาะรูที่พุงกะทิแล้วก็ทำพิธีทิ่มแล้วดูดตับออกมา 2 ชิ้น (หลอด) เพื่อไปตรวจ คิดดูเอาเถิดคุณๆ คะ ไอ้เครื่องมือก็จิ๋วนึง ไม่ใช่มีดอีโต้ คงไม่เอาตับออกมาจนไปทำตับหวานตับย่างรับทานได้หรอก อีตานี่ก็บ่น กลัวตาย ทำมห้อิชั้นต้อง bluff กลับไปว่า นี่ๆๆๆๆ แกๆๆๆๆ ช้านนน…ต้องทำ Amniocentesis ตั้งสองครั้งสองคราตอนท้อง ไม่สลบ ไม่ฉีดยาชา ทิ่มกันสดๆ เข็มเท่าเข็มฉีดฟาย ดูดเอาของเหลวออกมาหลอดเบ้อเริ่มเทิ่ม พอเสร็จปุ๊บ-ปิด “ปั๊ดเต้อ” กันน้ำรั่วซึมเสร็จ กลับบ้านได้ อีพ่อบ้านก็บ่นๆๆ ว่าไอ้ที่เราถูกกระทำน่ะเล็กน้อย แต่เค้าจะมาเอาชิ้นตับไปนี่เรื่องใหญ่ ก่อนทำต้องงดยาบางชนิดประมาณ 1 สัปดาห์ มีข้อปฎิบัติไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ พอทำเสร็จก็ห้ามขับรถเหมือนเดิม ลางานอยู่บ้านก่อน-หลัง procedure เพราะกลัวตาย+ขี้เกียจ และชักติดใจที่ไม่ต้องไปทำงาน 555 พอข้ามคืนก็บ่นว่าปวดท้อง หมออู๋จัดยาให้ก็หายดี แต่ก็ยังนั่งคลำ นอนคลำ เดินคลำ ไอ้ปั๊ดเต้อที่เค้าปิดรูที่ถูกเจาะตลอดเวลา แผลกะติ๊ดนึง ไม่ต้องเย็บเลย ใจเสาะจริงๆ

page-672พ่อบ้านทำหน้าเหมือนเมา ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ดูด ไม่ดื่ม พากันไปดินเน่อร์ร้านหะรูหะรานิดๆ แถว Tower District เพราะได้ Voucher มาค่ะ ค๊อกเทลแก้วนั้นของอิชั้นค่ะ อร่อยและหนักดี เอสคาโก้ และ Basque ซีฟู้ดส์ซุป ก็ของอิชั้นค่ะ ลูกๆ และพ่อบ้านกินอะไรกันบ้างก็ไม่รู้ แม่มันมาวววววว….. ป่วยแล้วเมา หลับลึกดีนักแล…

การที่ต้องเอาเนื้อตับไปตรวจ (จากที่อ่านๆ มาค่ะ ไม่ได้เป็นหมอเด้อค่ะเด้อ แต่อยากจะมาสรุปให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ ค่ะ) วิธีการจริงๆ คือ เข็มขนาดใหญ่จะแทงเอาเนื้อตับแล้วตูดออกมา แล้วตับเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ที่ heal ตัวเอง และงอกออกมาคืนขนาดเท่าเดิมได้ แต่ไม่ใช่ตับเสียมากๆ ทั้งยวงแบบมะเร็งนะคะ อันนั้นหมอต้องตัดส่วนที่เสียทิ้งไป หากเหลืออยู่ไม่มากร่างกายก็ฟังชั่นก์ไม่ดี ไม่เหลือเนื้อตับดีๆ มากพอให้สร้างเนื้อตับขึ้นมาใหม่ ต้องขอบริจาคมา implant ต่อไป ส่วนคนที่ให้บริจาคตับ หมอก็จะตัดไปเท่าที่ไม่ทำร้ายระบบร่างกายของผู้บริจาค หลังจากพักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้ ส่วนตับก็จะค่อบๆ ทำการเยียวยาแผลที่ถูกตัดและเจริญเนื้อตับออกมาจนเท่าเดิมได้ภายในไม่กี่เดือนค่ะ

page-669ก๊อตตี้ดื้อๆ ซนๆ ที่โรงพยาบาลตอนรอให้หมอล้วงตับพ่ออยู่ค่ะ ได้ Red Velvet Cupcake มาช่วยกู้ภัยลดความซนนิดนึงค่ะ

เอาวิธีปฏิบัติตัวก่อนทำ liver biopsy มาให้อ่านด้วยค่ะ ถ้าอยากอ่านแบบละเอียดมีให้อ่านเยอะเลย กูเกิ้ลคำว่า liver biopsy ดูค่ะ

How does a person prepare for a liver biopsy?

At least 1 week before a scheduled liver biopsy, patients should inform their doctor of all medications they are taking. Patients may be asked to temporarily stop taking medications that affect blood clotting or interact with sedatives, which are sometimes given during a liver biopsy.

Medications that may be restricted before and after a liver biopsy include

  • nonsteroidal anti-inflammatory drugs, such as aspirin, ibuprofen, and naproxen
  • blood thinners
  • high blood pressure medication
  • diabetes medications
  • antidepressants
  • antibiotics
  • asthma medications
  • dietary supplements

Prior to liver biopsy, blood will be drawn to determine its ability to clot. People with severe liver disease often have blood clotting problems that can increase the risk of bleeding after the procedure. A medicine given just before a liver biopsy, called clotting factor concentrates, reduces the risk of bleeding in patients with blood clotting abnormalities.

Patients who will be sedated should not eat or drink for 8 hours before the liver biopsy and should arrange a ride home, as driving is prohibited for 12 hours after the procedure. Mild sedation is sometimes used during liver biopsy to help patients stay relaxed. Unlike general anesthesia where patients are unconscious, patients can communicate while sedated but then often have no memory of the procedure. Sedatives are often given through an intravenous (IV) tube placed in a vein. The IV can also be used to give pain medication, if necessary, after the procedure.

liver-biopsy

หลังจากพ่อบ้านต้องเข้าออกโรงพยาบาลติดๆ กัน ต้องลางานอยู่บ้านหลายวัน มันช่างประหลาดๆ ค่ะ เพราะปกติพ่อบ้านใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน พอพี่แกต้องมาเดินเกะกะเพ่นพ่านในบ้านติดต่อกันทีละหลายๆ วัน มันแปลกๆ จะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาอิชั้นไปหมด เหมือนโดนปล้นพื้นที่ในบ้าน territory entrapment ทีวีก็แย่งกันดู หนีไปดูในห้องนอน ก็ตามไปเปลี่ยนช่อง นอนดูขวางโลก ให้หงุดหงิด แต่ไม่อยากอาละวาด พยายามบอกตัวเอง be happy นานๆ จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงติดกันหลายๆ วัน แต่.. แอร๊กกกกก…… ไม่ไหวค่ะ พอนึกอย่างมีเหตุผลแบบไม่เข้าข้างตัวเอง คำตอบคือ อิชั้นอาจจะกำลังถูก menopause attacks อะไรๆ เลยดูไม่ถูกใจไปหมด หงุดหงิดง่าย แล้วอิชั้นก็ป่วยๆๆๆ ไม่สบายเนื้อสบายตัว เลยพาลให้ไม่สบายใจ ปวดหัว ปวดตา ไม่อยากขับรถไกลๆ พอถึงเวลาต้องกลับไปทำงาน พี่แกก็โทรไปลางานเพิ่มอีก 2 วัน อ้าว..เว้ย..เฮ้ย..อารายว้าาาา……

page-670เด็กๆ เจริญอาหารที่ IHOP - International House of Pancakes แม่ไม่สบาย พ่ออยู่บ้าน โห่กันไป IHOP หลายหนเลยค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ Kids Eat Free พอดี เลยราคาน่าร๊ากกกก……

พอพ่อบ้านหยุดอยู่บ้านในขณะที่ลูกๆ ไปโรงเรียน มันก็มีดีอยู่บ้าง คือ พ่อบ้านไปรับลูกๆ ให้ (แต่ไม่ยอมไปส่งให้หรอกนะคะ ให้อีตาคนนี้ตื่นเช้า เหมือนให้ไปตาย เผลอๆ มีศึก) ใช้ไปซื้อกับข้าวกับปลาได้บ้าง แค่นั้นจริงๆ 555 จากที่ตั้งใจจะมาบ่นเรื่องป่วยๆ ไข้ๆ กลายเป็นมานินทาพ่อบ้าน 555 แล้วก็เล่าเรื่อง “สะพรึง” เล็กๆ 555

 page-675IHOP อีกแล้ว งานนี้ก๊อตตี้โดนพ่อดุเพราะซนและวุ่นวายเหลือเกิน ตอนนั่งอยู่กับแม่ยิ้มแย้มแป้นแล้นเชียว พอพ่อย้ายสลับไปนั่ง 555 ก๊อตตี้กินแพนเค้กเคล้าน้ำตา 55555 สมน้ำหน้ามากกกก…..

กลับมาที่อิชั้นกับลูกๆ งานนี้ buffy รอมมี่ ไม่ป่วยค่ะ มีขี้มูกยืดกับไอนิดหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนอิชั้นก็เริ่มไออีก คราวนี้งอมหนักกว่าเดิม ทุกข์จริงๆ ค่ะ จัดหายากินเอง จนเชื้อโรคดื้อยาแหละ พอวันอาทิตย์ตื่นมาขี้ตาเกรอะกรัง แดงกล่ำ น่ากลัวมาก จัดการแล่นไปวอลมาร์ทซื้อยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดง หมั่นหยอดทั้งวัน ก็ไม่ทุเลา เลยนึกถึงยาแก้อักเสบที่มีเก็บไว้ (ไม่ได้เอาออกมากินก่อนหน้านี้เพราะหวัดเกิดจากแบคทีเรีย กินไปก็เสียเปลาค่ะ) เอาออกมาจัดการซะ เผื่อจะช่วยเรื่องเชื้อโรคตาแดง-ตาอักเสบให้ทุเราได้บ้าง พอเช้าวันจันทร์ออกไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเสร็จก็เลยไปโรลพยาบาลดพื่อทำนัดหมอ หมอก็คิวเต็ม เจ้าหน้าที่ก็บอกมานั่งรอ walk-in ละกัน (ไม่โทรไปทำนัดเพราะมีบทเรียนกับบริการหน้าเคาน์เต้อร์ รพ. นี้ “ห่วย+ขี้เกียจ+negligence” แบบได้โล่ห์ เยสๆๆๆ โอเค.. โอเค.. พอเรา show-up ไม่มีนัด-เนิ๊ดอะไรเลย ไปนั่งรอเงกแบบพวก walk-in เลยต้องไปทำนัดแบบ “ตาต่อตา” ค่ะ) เช้าวันอังคารก็บึ่งไปแต่เช้าหลังจากส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จ โหยยยย….. คนเต็มเลย ทำใจไว้ก่อนเลยว่าต้องนั่งจนรากงอกแน่ เลยไปนั่งจอหน้าทีวี กะดูทีวีแห้เซ็ง แต่ผิดคาดรอไม่นานเลยค่ะ (30 นาทีได้) พอเข้าไปรอในห้องตรวจก็ไม่นานอีก ฟลุ๊คมากๆ น้องหมอ Karl ทักทายเหมือนเพื่อนสนิท ปึ๊งแฟ้มประวัติก็ไม่เอาเข้ามา ส่องจมูก คอ แหกหู แหกตา ตรวจแป๊บๆ ก็เสร็จ บอกว่าอิชั้นเป็น Allergy Attack แบบ servere จะมา อัลเลอ“จ้ง-จี้” อะไร กินยาภูมิแพ้ทุกวัน เฮ้อออออ….

page-674ช่วงที่แม่ไม่สบายนอนซม บางวีคเอนด์ก็ได้ Eva กับแฟนหนุ่มพาเด็กๆ ไปพาร์คมั่ง ไปเลคมั่ง ดีกว่านอนดูโทรทัศน์ทั้งวัน

มันต้องไม่ใครก็ใคร (บักหมอคาร์ลหรืออิชั้น) ที่ misdiagnosed พอเจอหมออิชั้นก็บอกแบบผู้ (อวด) รู้ว่า อิชั้นเป็น super bad cold & cough เป็นๆ หายๆ มากว่าเดือน พอเมื่อไม่กี่วันก็ดันเป็น pink eyes อีก อีหมอคานก็บอก ตายังแดงอยู่มาก แต่น่าจะไม่ใช่โรคตาชมพู 5555 ฝรั่งตั้งชื่อโรคได้น่ารักดีเน๊าะ เอายาไปหยอดละกัน แล้วอาการภูมิแพ้ก็น่าห่วงมาก เดี๋ยวให้พยาบาลมาฉีดยาให้นะ อยากให้เปลี่ยนยาแก้ภูมิแพ้เป็นแบบ super extremely strong allergy medicine นะ (โห…จะอะไรกันนักกันหนา ตอนนี้ก็กินยาวันละเป็นกำๆ คงจะต้องตายเพราะยาละมั๊งตรู ยังจะมาให้กินค่อตพ่อค่อตแม่ antihistamine เบื่อว่ะ) แล้วก็เปิดแน่บออกไป ซักพักพยาบาลเข้ามากับเข็มฉีดยา 1 หลอดในถาดเล็กๆ ก่อนจะฉีดก็ให้อิชั้นเซ็นยินยอมถึงรู้ว่าใน syringe เล็กๆ หลอดนั้นเป็น cocktail ของยา 2 ชนิด (จำชื่อไม่ได้ แหะๆ) พอพยาบาลบอกให้นอนคว่ำเพราะจะฉีดที่ก้น อิชั้นก็ถามไปว่ายาในหลอดนั้นมีอะไรที่เป็น sulfa group หรือปล่าว If “YES”… call ambulance, I need to go straight to ER pretty quick. เธอก็อึกอัก-ขอตัววิ่งไปถามหมอ พอกลับเข้ามาก็บอกว่าปลอดภัย Nothing is Sulfa! จัดการทิ่มฉึก จบ เสร็จ ได้ใบสั่งยา อีหมอคานโผล่หน้ามา Happy Mother’s Day, Bye! Oh….I need to see you in 2 months. I'll let the staff know you need be here for your follow-up appointment. Bye Darling! แว๊ก 555 มันเป็นตุ๊ดแหงๆ เลย ยิ่งเจอยิ่งตุ้งติ้ง 5555 น่าร๊ากกกกก……

page-666ยาที่ได้มาล๊อตล่าสุด กับกองยาที่ขนกินเข้าไป จริงๆ มีอีก 2-3 กล่องที่กินไปหมดไม่เหลือซากให้ถ่ายรูป NyQuil ที่เห็นในรูปเป็นขวดที่ 2 ถ้าถ่ายรูปตั้งๆ ก็จะเห็นได้ว่าเหลืออีกแค่ “กรึ๊บ” เดียว ยาอมหมดไป 3 กล่อง เปิดเครื่อง steam warm mist ทั้งวันทั้งคืน

พอออกจากโรงบาลก็แจ้นไป CVS ซื้อหายาตามใบสั่ง (ปกติต้องไปซื้อยาที่ Target เฟสโน่นู้นนนน…. แต่ป่วยหนักแล้วน้ำมันก็แพงโคตร เลยต้องไปซื้อที่ CVS ซึ่งอิชั้นเคยฟาดหัวฟาดหางไว้ที่นั่นอยู่หลายหน 555 เสียฟอร์มน่าดู แต่โชคดีที่พวกเทคนีเชี่ยนหน้าใหม่ๆ ทั้งหมดเลย) รออยู่ไม่นานก็ได้ยามา ทั้งๆ หมด 4 อย่าง จ่ายไป $74.79 มียากินแก้โรคภูมิแพ้ 30 เม็ด ยา Vicodin 30 เม็ด แล้วยาหยอดตา 2 ขวดจิ๋วๆ อันนึงเป็นยาแก้แพ้ อีกอันเป็นยาหยอดแก้ตาอักเสบ ยังไงวะ ไหนบอกว่าไม่ใช่ตาแดง แล้วจ่ายมาทำไมเนี่ย พวกหมอๆ ก็ต้อง “save their asses” เป็นธรรมดา คนไข้บ้านนี้เมืองนี้ก็เลยถูกรักษาแบบ over treatment ดีนะว่าไอ้ยานั่นหลอดไม่ถึง 2 เหรียญ คือประกันคัฟเว่อร์เกือบหมด แต่ไอ้ยาหยอดแก้แพ้นั่นหลอดตั้ง 22 เหรียญ (แค่ 20% ของราคาจริงนะคะ ฮึ่ม) ส่วนที่แพงที่สุดคือไวโคดีน (“ฝิ่น” ตามใบสั่งอย่างถูกกฏหมายของอิชั้น 555) 30 เม็ด $39.98 ถ้าเป็น generic ก็ประมาณ $4 for 30 tablets อิชั้นต้อง “เสพ” ยาตัวนี้ประมาณเดือนละ 5-6 เม็ด เวลาที่ปวดท้องปริศนา (ไม่มีหมอคนไหนหาสาเหตุเจอมากว่า 40 ปี 555 ถึงเรียกว่า “ปวดปริศนา” 555) ไอ้ 30 เม็ดที่ได้มา-อยู่ได้หลายเดือนค่ะ อิชั้นไม่ติดยานี้นะคะ แต่ยานี้ช่วยได้มากเวลาปวดปางตายแบบอิชั้น เคยใช้แบบ generic เพราะงก แต่มันไม่เห็นผล เหมือนกิน Tylenol ยังไงอย่างงั้น เวลากินยาตัวนี้เข้าไป พอยา kick ปุ๊บ จะรู้สึกแปลกๆ อธิบายยาก ง่วงๆ เหมือนอยู่ในวังวน twilight zone 5555 บางทีรู้สึกคลื่นไส้ ถ้านอนก็ “หลับปุ๋ย” สบายเชียวค่ะ ถ้ากินตอนขับรถ (อิชั้นทำบ่อยๆ เพราะความจำเป็น) อึ๋ย กึ๋ย น่ากลัวค่ะ เพราะเบลอๆ ลอยๆ เบาๆ แต่ไม่ยักง่วง จบเรื่องยาบ้าดีกว่า เดี๋ยวเพื่อนๆ จะอยากลอง 5555

Vicodin เป็นยาบรรเทาอาการปวด เป็นยาผสมระหว่าง ยาเสพติดที่ใช้บรรเทาอาการปวด (Narcotic analgesics) กับยาแก้ปวด ลดไข้ กลุ่ม Acetaminophen (Paracetamol) ยานี้มีคุณสมบัติ เมื่อใช้เป็นประจำ และบ่อยครั้ง จะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติ Vicodin ใช้เรียกแทนสาร Hydrocodone ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฝิ่น (Opiate antagonist) มีสูตรทางเคมีคือ C18 H21 NO3 ในประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดให้ สารนี้ เป็นสารควบคุม ตามกฎหมายของ Control Substance Act โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Schedule II ) ซึ่งสารอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ morphine, cocaine, methamphetamine (ยาบ้า) และ Methadone เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย กำหนด ให้เป็นยาเสพติด ประเภท 2 (ประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับที่ 135 พ.ศ. 2539) ในประเทศ สหรัฐอเมริกา การซื้อ vicodin ต้องใช้ ใบสั่งแพทย์ เพื่อให้มีการดูแล การใช้ อย่างใกล้ชิด แต่ พบว่ามีการขายอย่างแพร่หลายทาง e-commerce โดยมีชื่อการค้าต่างๆ กัน

http://www.dmsc.moph.go.th/chiangmai/hotissue04.htm

page-668วีคเอนด์ที่ค่อยยังชั่วก็ทอดกล้วยหอมให้ลูกผัวกินกันอร่อย เอา New York สเต๊กที่เหลือมาจาก Eat Out เอามา หั่น โยนใส่เตาติ๊ง แล้วทำยำเนื้อรสแซ่บทานกับพ่อบ้าน (ในรูปยังไม่ได้เอาไปอบค่ะ) ส่วนพ่อบ้านก็ทำสปาเก๊ตตี้มีทซ๊อส signature ของพี่แก ทำหม้อใหญ่เลย กินกันได้หลายวัน Meaty มากๆ ชามที่เห็นในรูปเป็นของอิชั้น ที่เลอะๆ เพราะเป็นรอบที่สอง ทานกับมะกอกดำ อืมมม….หย่อย

เลิกพูดเรื่องยาดีกว่า จากนี้ก็ภาวนาให้หายป่วยเร็วๆ ไม่สบายแบบนี้นานๆ มันเหนื่อยค่ะ และสงสารลูกด้วย เหมือนลูกๆ ถูกทิ้ง เวลาแม่ไม่สบายก็มานอนกองดูทีวีบนเตียงแม่ เลยจะพาลป่วยกันไป ป่วยกันมา ไม่มีวันจบ นี่กะว่าตาหายแดงซักนิดจะพาลูกๆ ไปว่ายน้ำค่ะ และอิชั้นจะกลับเข้า gym อย่างจริงๆ จังๆ เสียที เสียดายตังค์ค่าสมาชิกค่ะ ปีละหลายอยู่ (กลัวผัวด่าด้วย 5555 โน๊…โน่… ปล่าวกลัว ….เกรงใจคนจ่ายตังค์ตะหาก 5555)

All happy families resemble one another,

each unhappy family is unhappy in its own way.

2725626745_2a599f90c5

Saturday, April 23, 2011

I'm half alive...sick like a dog!

เริ่มจากไอ้ตี้ไอแค่กๆ นำหน้าอยู่ 2-3 วัน ก็ถึงคราวอิชั้นไอโคร่กๆ ตลอดวันตลอดคืน กินยาเป็นขนมเลย เพราะอยากหาย สงสารลูกมากกว่าตัวเอง ตอนนี้ไอ้ตี้ผอมบักโกรกกว่าเดิม ไอกันจนเหนื่อย จริงๆ ไม่น่าจะป่วยกันเลย เพราะเพิ่งจะยกโขยงไปฉีด Flu Shot กันมา

page-660ลูกๆ กับแมวๆ หนูดีพาแมวไปเดินที่พาร์ค …งานนี้ FAIL..!!

เริ่มจากเดือนก่อน ก็วุ่นๆ พาลูกเต้าและตัวเองวิ่งผัด แปะมือกันไปหาหมอฟัน ทำความสะอาดฟันประจำ 6 เดือน อิชั้นโชคดีกว่าเพื่อน เพิ่งเจอหมอฟันที่ไม่ฟัน (for real) 555 คือ ฟรี ค่ะ ฟรี อ่านไม่ผิด แต่ต้องขับรถไปถึงเฟสโน่โน่น ถือว่าคุมค่าน้ำมัน ถึงแม้ตอนนี้จะแกลลอนละ $4.25 (ชนิดถูกสุดนะคะ) วันนั้นไปที่คลีนิคหมอฟันครั้งแรก ก็นึกว่าจะเป็น consultation กับ x-ray เฉยๆ แล้วก็นัดให้ไปทำสะอากดวันหลัง ปรากฎว่า หมอบอกว่า วันนี้มีเวลาหรือปล่าว เพราะจะทำ deep cleaning กับมีปะผุนิดหน่อย มีฟันที่อุดไว้ดูเหมือนจะร้าว อิชั้นก็รีบตอบไปเลย เอา-โลด-หมอ จัดมาให้ครบ พอหมอบอกรอเดี๋ยว clerk จะมาคุยเรื่องราคาและเงินทองก่อนนะ เพราะคุณเหมียนต้องโทรคุยกับประกันของอิชั้นก่อน ว่าจะจ่ายกันยังไง …. มีลุ้น

page-661พาลูกๆ ไปงานสงกรานต์ที่วัดลาว

พอคุณเหมียนเข้ามาก็บอก not a penny out of your pocket! Woo Hoo Yee Haa! ของฟรี ชอบๆๆๆๆ พอเสร็จก็ปากตุ่ยๆ ขับรถกลับบ้าน แล้วก็สาระวนปฏิบัติภารกิจปกติชีวิตประจำวัน วิ่งโน่นมานี่ รับ-ส่งลูก จริงๆ มีนัดไปทำ crown ที่คลีนิคเดิมอีก แต่พอไปแล้วมันอันต้องเลื่อนไปหน่อยนึง เพราะถูกส่งให้ไปทำ x-ray แบบพิเศษ เพราะหมอเห็นรากฟันที่จะทำครอบมีเงาปริศนาอยู่ แต่ยังไม่ได้ทำนัดกับคลีนิคที่รีเฟอร์ มีเรื่องยุ่งๆ เข้าคิวรออยู่เยอะ รอไปก่อนละกันนะฟันเอ้ยยย….. เรื่องฟันๆ ก็ผ่านไป

page-662พ่อบ้านหยุดงานไปร่วมงานหนูดีรับรางวัลเรียนดี แล้วพาลูกๆ ไปดินเน่อร์

อีหนูดีงงๆ กับรองเท้าของแม่บนโต๊ะอาหาร 5555

ตั้งแต่ได้เรื่องว่าไอ้ตี้ตัวแสบจะได้ไปโรงเรียน (พรีสคูล) แล้ว ก็วิ่งวนทำนัดหมอเรื่องตรวจสุขภาพของลูก นัดหมอฟันตรวจสุขภาพฟันด้วย ก็จัดการไปจนครบเสร็จตามรีเควสทั้งหมด พอดีกับโรงเรียนอีหนูดีรีเควสมาอีกว่าให้ด็กๆ ฉีดวัคซีน whooping cough (ไอกรน) เพราะตอนนี้กำลังระบาดอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ก็เลยพาลูกโห่กลับไปที่ Health Department อีกรอบ พอพยาบาลดูใบเหลือง (Yellow California Immunization Record Card) ก็บอกว่าไอ้ 2 ตัว ฉีดกันไปครบหมดแล้ว มีแต่ไอ้ตี้ต้องฉีด Flu shot booster เลยถามไปส่งเดชว่าอีแม่มันต้องฉีดไอ้วัคซีนไอกรนหรือปล่าว นังพยาบาลก็ทำเฉยๆ หมั่นไส้วุ๊ย ไหนๆ ก็มาแล้วอย่าให้เสียเที่ยว เลยบอกขอฉีด Flu Shot ซะเลย เพราะมันมาระบาดอีกระลอกแล้ว สรุปว่ามีแม่กับไอ้ก๊อตตี้ได้ฉีดฟลูฉ่อดวันนั้น พอกลับมาบ้าน แม่กับไอ้ตี้ก็ผลัดกันป่วยมาเกือบ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ

page-659นอกจากบริจาคเงินซื้อสายรัดข้อมือในรูป (เพิ่งจะนึกออกเอามาถ่ายรูป 555)

อิชั้นยังได้บริจาคเงินเล็กๆ น้อยๆ เวลาจับจ่ายซื้อกับข้าวเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกชาวญี่ปุ่นด้วยค่ะ

ไอ้ตี้เริ่มไปพรีสคูลมาได้ 2 สัปดาห์แล้ว ค่าเรียนวันละ $20.- แต่เค้าให้ไอ้ตี้ไปเรียนแค่อาทิตย์ละ 3 วัน จันทร์ พุธ ศุกร์ พอไปได้อาทิตย์เดียวก็ป่วย อดไปอีก ไอ้ที่ป่วยๆ ไปโรงเรียนไม่ได้ เราก็ต้องจ่ายนะคะ พอดีกับมีวันหยุด Spring Break อีกตลอดอาทิตย์ ซึ่งคุณพ่อก็ต้องจ่ายด้วยเหมือนกัน บาดเจ็บกระเป๋าตังค์ไปนะพ่อนะ

Act as if what you do makes a difference.  It does.

Friday, April 15, 2011

ช้อปปิ้ง ช้อปย่าง Estee Lauder, Coach Bags & โชห่วย

วันนี้จะมาร่ายยาวเรื่องช้อปปิ้งช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากพยายามลด ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย (ให้มาก… นิดหน่อยคงไม่เป็นไรมั๊ง 555) บางทีมันก็ทำอกทำใจลำบ๊ากกกก…ลำบากค่ะคุณ โปรโมชั่น ของแถม ล่อตาล่อใจอยู่ไม่หยุด อ้างและหลอกตัวเองอยู่ตลอด..ว่า… บางสิ่งก็จำเป็นต้องใช้ ของหมดต้องซื้อเพิ่ม 555 เรื่องของกินของใช้ประจำบ้านนั้นต้องซื้ออยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ แต่เวลาซื้อของใช้ส่วนตัวบางทีรู้สึกว่าเห็นแก่ตัว และเอาเปรียบคนในครอบครัวมากไปหน่อยค่ะ เกรงใจพ่อบ้าน (คนหาตังค์) นิดๆ ด้วย แต่พี่แกก็ไม่เคยบ่นว่า จะซื้ออะไรก็ไม่ต้องมีการโกหกกัน หรือซ่อนแอบใดๆ สบายๆ ค่ะ พอเค้าไม่ว่า..เราก็ต้องเกรงใจเค้าบ้าง…ใช่ไหมคะ

มาดูอันแรกก่อนเลย ที่ซื้อมาคือรองพื้นของเอสเต้ ว่าจะ ว่าจะ อยู่พักใหญ่ๆ แล้วค่ะ ว่าจะซื้อรองพื้นรุ่นนี้ แต่เอสเต้ก็ “ยิว” ขึ้นเรื่อยๆ หลังๆ มาให้ตัวอย่างแค่ชิ้นเดียว เมื่อก่อนให้เลือกได้ทีละ 5 ชิ้น จากนั้นก็ลดลง 4-3-2 ตามลำดับ ตอนนี้ได้ชิ้นเดียว คราวนี้เลือกมาสคาร่ามาค่ะ เพราะช้อยส์ที่เหลือเป็นน้ำหอมหลอดจิ๋วๆ มีเก็บอยู่เยอะแล้วและกลิ่นก็ไม่ค่อยน่าสนใจค่ะ โปรโมชั่นนี้ทำให้ต้อง “จัดการ” ซะให้เสร็จๆ เพราะเป็นของที่อยากซื้อมานานแล้ว พอมีของแถมเยอะ อย่ารออีกเลย 555 ชุดนี้ราคา $39.50 ค่ะ รองพื้นตัวนี้ เป็นรุ่นดังของเอสเต้ตอนนี้ค่ะ ชื่อ Double Wear Light Stay-in-Place Makeup SPF 10 (ราคาหลอดละ $34.-) จริงๆ มีรุ่นที่ดังกว่า เป็นขวด-ไม่ได้เป็นหลอดแบบนี้ ไม่มีคำว่า light ซึ่งปกปิดมากกว่ารุ่นที่ซื้อมาค่ะ สีที่ซื้อมาคือ INTENSITY 2.0 เป็นสีที่เข้ากับสีผิวของอิชั้นแบบ “เป๊ะ & เปรี๊ยะ” เลยค่ะ ลองใช้แล้วก็ชอบ ปกปิดพอดีๆ ไม่หนัก หนา เหนอะหนะ ของแถมที่ได้มาในกล่องก็ “เริ่ด” ไม่น้อยค่ะ Spotlight - Skin Tone Perfector (ราคาหลอดละ $32.-) ทาหลัง moisturizer ก่อนรองพื้น หรือผสมกับ moisturizer ก็ได้ค่ะ ช่วยให้หน้าสว่างใสออกแสงออร่า 555 มี shimmer วิ้งนิดๆ ไม่เว่อร์ ของแถมต่อมาคือ consealer หลอดขนาดครึ่งนึงของฟูลไซ้ส์ มีแปรงลงรองพื้นสีทองสวยและคุณภาพดีมากให้ด้วย 1 อัน ท้ายสุดเป็น dvd สอนเทคนิคการลงพื้น ทาบลัช ลงบรอนเซ่อร์ ฯลฯ ต้องบอกว่าแค่ไอ้ 2 หลอดขนาดฟูลไซ้ส์ก็เกินคุ้มกับราคาแล้วค่ะ

เพราะต้องสั่งให้ครบ $50.- เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าส่งและได้ชุดของแถมจิ๋วๆ เพิ่มมา เลยสั่งของที่ใช้มาโกฏิปี ไม่รู้กี่แท่งต่อกี่แท่งแล้ว ยี่สิบกว่าปี ก็ยังรักเดียวใจเดียวกับไอ้เจ้าสิ่งนี้ คือ Lip Conditioner - SPF 15 ค่ะ ราคา $16.50 พอดีแท่งที่ใช้อยู่ ต้องใช้คำว่า “จก” เลยค่ะ เพราะเกือบจะเกลี้ยงแล้ว ต้องใช้พู่กันทาปากล้วงควักออกมาค่ะ ของแถมที่ได้เพิ่มมาเมื่อซื้อครบ $50.- คือ Advanced Night Repair - Synchronized Recovery Complex กับ Advanced Night Repair Eye - Synchronized Complex มาอย่างละ 1 ขวดและกระปุกขนาดเล็ก อ้อ….ในกล่องชุดรองพื้นยังมีเจ้าอายซีรั่มอันนี้ให้มาด้วย 1 ซองค่ะ

page-650-c

อันนี้ก็ยังเป็นเอสเต้อยู่ คือ Advanced Night Repair - Synchronized Recovery Complex เป็นซีรั่มที่ใช้ทุกคืน ขวดที่ใช้อยู่หมดเกลี้ยงพอดี กำลังจะเอาขวดใหม่ในตู้เย็นออกมาใช้ พอดีมีโปรโมชั่นที่ของแถมเพียบ ก็เลยต้อง “จัดการซะ” อีก 1 รอบ คือซื้อ ANR ขวดนึงจะได้ทุกอย่างในโปรโมชั่นนี้จนครบ ไม่ต้องเสียค่าส่งด้วย เลยต้องจัดไปอย่าให้เสีย สั่งมาเก็บไว้ในตู้เย็นแทนที่ขวดที่เพิ่งเอาออกมา ดูรูปเลยค่ะ มีกระเป๋า 2 ใบเล็ก-ใหญ่ อยากบอกว่าอิชั้นมีกระเป๋าของแถมของเอสเต้เยอะมาก พวกใบใหญ่ ก็เก็บบ้าง แจกบ้าง ไม่เคยใช้ แต่ใบนี้ Spring 2011: Navy Twill Step up Tote น่าใช้ดีค่ะ เดี๋ยวจะเอาไว้ใช้เวลาไปซื้อกับข้าว

ของแถม Free Gift Customized with Lifting/Firming skincare and Warm shades มี palette ตา+แก้ม สีสวย ลิปสติกสี tiger eye (มีอยู่หลายแท่งมากไอ้สีนี้ แถมอยู่สีเดียวนี่แหละ แหงะ) มาสคาร่า 1 หลอดเล็ก แล้วก็มี Resilience Lift Extreme Ultra Firming Creme SPF 15 กระปุกกลาง 1 กระปุก (ใช้ได้นานเลยนะคะกระปุกกลางเนี่ย) Advanced Night Repair Eye อีก 1 กระปุกเล็ก ส่วนตัวอย่างที่รีเควสไปคือ Time Zone Anti-Line/Wrinkle Eye Crème (5-Day Supply) หลอดจิ๋วหลิว 1 หลอดค่ะ

page-651-c

ก่อนจะอวดกระเป๋าต้องอธิบายก่อนว่าชอบกระเป๋าโค้ชมานานมากแล้ว ก่อนที่ใครๆ จะ “ฮิต” มากมายอย่างที่เห็นๆ กัน จากตอนโน้นนนน…ถึงวันนี้มีกระเป๋าโค้ชเยอะมาก ไม่อยากขนออกมานับ 5555 อายตัวเอง จำได้ว่าซื้อใบแรกเกือบ 20 ปีแล้ว แพงมากกกกก…. ขอบอก กว่าจะซื้อได้ เก็บตังค์อยู่นาน แถมยังโดนชมจากคนรอบข้างว่า “ป้าแก่” มาก ซื้อมาได้ยังไง 5555 พอต่อๆ มา ก็ยังซื้อจาก Coach.com เป็นหลัก รวมๆ ซัก 90% ได้ และจาก Macy’s 10% คือจ่ายราคาป้ายแบบเต็มๆ เลยค่ะ เพราะไม่มี outlet อยู่ในรัศมีใกล้ๆ ที่ไปมาได้สะดวก ไอ้ร้านที่ใกล้ที่สุดก็ต้องขับรถดั้นด้นไป เสียค่าน้ำมัน รวมค่าโน่นนี่อีก คิดรวมๆ ราคาก็คงพอๆ กับซื้อจากเว็บหรือจากห้างเลยค่ะ หลายปีให้หลังโชคเข้าข้างค่ะ มีคุณเพื่อนสุมนา ทำหน้าที่เป็น personal shopper ให้ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น แปะโป้งได้ ออกตังค์ให้ก่อนด้วย 555 บริการเริ่ดๆ แบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เพราะคุณเพื่อนอยู่ไม่ไกลจาก outlet (ใกล้ๆ ก็ขับรถไปร่วมช้่วโมง 555) พอเจอสวยๆ ราคาดีๆ (รู้ใจกันดีด้วย….นิ) ก็ลากมาทีละหลายๆ ใบเลย ถ่ายรูปส่งมาให้ดู ใบไหนถูกใจก็จัดส่งมาให้ ใบไหนไม่โปรด คุณเพื่อนก็วิ่งแจ้นเอาไปคืน 5555 นี่แหละค่ะเป็นที่มา ที่ช่วงหลังๆ อิชั้นมีสินค้าจากโค้ชเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต๊งส์หลายๆ นะเพื่อนนะ

คราวนี้มาดูกระเป๋าใบล่าสุดของอิชั้น ที่…ว่าจะไม่แล้วเชียว 555 สั่งมาจาก coachfactory.com (ให้คุณเพื่อนจัดการให้เช่นเคยค่ะ เพราะเป็น private sale อิชั้นมิได้รับเชิญ 555 เลยต้องรบกวนคุณเพื่อน พอรู้ข่าวว่าเค้ามีโปรโมชั่น Online Sale Starts Now! Up to 70% off ฤๅจะอดใจไหว 555 ใบนึ้ค่าเสียหาย $90.- ได้มาปุ๊บก็ใช้เลย ถูกใจมากค่ะ ชื่อรุ่น Coach Pierced Patchwork East West Tote Bag เคยอยากได้ตอนที่ออกมาใหม่เมื่อปลายปีก่อน แต่ที่เห็นเป็นโทนน้ำตาล-ดำ ราคาตอนนั้น $398.- ค่ะ ใบนี้ขนาดกำลังดี สีเข้มไม่สกปรกง่าย น้ำหนักพอดีๆ ไม่หนักมาก ซิปเป็นแบบซิปผ่าขาด (เหมือนซิปแจ๊คเก็ต มีกระเป๋าโค้ชซิปแบบนี้อยู่ 2 ใบแล้ว แรกๆ ก็ไม่ถนัด ใช้ไปใช้มาซักพัก ก็เปิดปิดได้คล่องแคล่วถนัดมือค่ะ) สีม๊วง…ม่วง..ม่วงกว่าในรูปที่เห็นในเว็บ แต่ตัวจริงๆ สวยมากค่ะ ขอบอกกกกกก…..

page-653-c

มาดูกระเป๋าตังค์ใบใหม่กันค่ะ ได้มาพร้อมกับใบม่วงข้างบนค่ะ เป็นรุ่น Soho Patent Leather Buckle Zip Around สี Baby Blue น่ารักเชียวค่ะ ราคาตอนยังอยู่ในห้าง $238.- พอตกมาอยู่ outlet ค่าตัวหล่นลงมาที่ $90.- ถูกใจมากกกกก…. เพราะชอบกระเป๋าตังค์แบบ zip around อยู่แล้ว เป็นหนังมันทั้งใบ มีช่องโน่น นี่ นั่น เยอะแยะมาก ไม่ต้องพกกระเป๋าใส่เหรียญอีกใบ “con” ของกระเป๋าตังค์แบบนี้คือ มันใหญ่ และจุดี ก็เลยหนักไปนิดและต้องใช้กระเป๋าถือใบใหญ่ตามไปด้วย เพราะยัดใส่กระเป๋าถือหรือสะพายใบเล็กๆ ไม่ได้ค่ะ โปรดสังเกต…ไม่ค่อย “เห่อ” เท่าไหร่ ได้มาปุ๊บก็ใช้เลยค่ะ 5555 ที่เห็นแบ๊งค์ร้อยเป็นปึก…. ค่าเช่าบ้านค่ะ 555 มิใช่เงินก้นถุงแต่อย่างใด ถ้าไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน $1,000.- หูย….หวานคอแร้ง 55555

page-654-c

มาดูกระเป๋าถือชมพูแต๋นใบนี้คือ Coach Signature Stripe Patent Leather Tote – Raspberry ได้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วช่วงคิดสะมาด 555 ดูเหมือนรุ่นนี้จะเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อขายใน outlet เท่านั้น เพราะไม่เคยเห็นในเว็บค่ะ ราคาเต็มจากป้ายที่ห้อยมาคือ $329.- แต่คุณเพื่อนเห็นว่าสีแต๋นถูกใจอิชั้นและราคาก็เหมาะสมดี คือ $77.- เป็นกระเป๋าหนังมัน เย็บลายตัว C – Signature ของเค้า สายคู่เส้นเล็กๆ น้ำหนักเบา ซิปปิดด้านบน ขนาดกำลังดี พอได้มาก็ใช้เลยเช่นเคย เพราะเป็นคนไม่ขี้เห่อเท่าไหร่ พอดีกับเป็นชมพูแต๋นถูกใจ Hello Kitty Mama มากๆ จำได้ว่าพ่อบ้านเห็นตอนเปิดกล่องพัสดุแล้วพูดว่า เที่ยวนี้ซื้อให้รอมมี่ด้วยเหรอ ก็ตอบไปว่า จ้า.. เออ.. ค่า.. พอตอนเห็นอิชั้นถือแกว่งไปมาก็ อ้าว.. เว้ย.. เฮ้ย.. ไหนบอกว่าของลูกไง แล้วก็เหน็บว่า  Don’t you think…you’re not a teenager! อ้าว…จะให้ตูแก่แล้วแก่เลยหรือไงฟระ ฮานาก้า….55555

page-655-c

ใบต่อมา คือ Coach Poppy Patent Luxey Satchel BRASS/RUBY ได้มาพร้อมกับใบชมพูข้างบนค่ะ ราคาจากป้ายคือ $298.- พอตกกระป๋องจากห้างลงมาที่ outlet เลยเหลือ $124.- คุณเพื่อนเลยซื้อแล้วส่งรูปมายั่ว เห็นรูปแล้วน้ำลายยืด เลยเซย์เยสไปอย่างรวดเร็ว ถูกแพงขอให้แดงไว้ก่อนใช้ได้กับอิชั้นเสมอค่าาาา…. ใบนี้ค่อนข้างเล็ก ถือ-สะพายได้ 2 แบบ ข้อตินิดนึงคือ เวลาใช้แบบถือสายคู่ห้อยแขน…จะเปิดปิดซิปลำบาก ไม่กว้างขวาง ล้วงควัก ไม่สะดวก แต่เรื่อง look สำหรับใบนี้ กิ๊บเก๋ยูเรก้าไม่น้อย เพราะ accessories ห้อยตุ้งติ้งเยอะแยะ อ๊อฟเฟ่อร์ให้อิรอม… ลูกบอก “โน” ไม่ชอบ เชอะ ไม่ชอบก็ไม่ง้อสิวะ อิชั้นชอบใบนี้ที่สีและดีไซน์ แต่มันเป็น light duty ค่ะ ถือเหวี่ยงไปมาเป็นงานๆ ไป ไม่ใช่ everyday bag ค่ะ ดูรูปสิคะ (ถ่ายรูปห่วยตามปกติ 55) สวยเน๊าะ 

page-656-c

มาดูกับข้าวกับปลากันบ้างดีกว่าค่ะ แต่ละรูปก็คือแต่ละทริปนะคะ รูปบนมีจานกระดาษแพ๊คใหญ่ แม่บ้านหลังยาวเบื่อล้างจานค่ะ 55 บะหมี่เกี๊ยวกุ้งของซีพี อร่อยเหมือนชายสี่หมี่เกี๊ยวเลยค่ะ กินแล้วคิดถึงบ้าน กล่องนึงมี 6 ถ้วย ช่วงนี้มีลดราคา ตกถ้วยละ $1.50 ประมาณนั้นค่ะ beef jerkies เนื้ออบแห้งรส mesquite รมควัน ของโปรดเวลาดูทีวีเหงาๆ ปาก ถุงละ 3-4 เหรียญ แอบหนีบเอาเข้าไปเคี้ยวในโรงหนังบ่อยๆ ค่ะ เลยต้องซื้อไว้ประจำบ้าน ไข่ไก่ 5 โหล มาม่าโจ๊กคัพรสหมู 1 กล่อง พ่อบ้านกับไอ้ตี้ลูกชายชอบทานตอนดึกๆ ค่ะ ส้ม “Cuties” clementine 5 pounds หวานอร่อยเปลือกบางค่ะ โค้ก 2 ลิตร แพ๊ค 4 ขวด $3.99 ค่ะ ตกขวดละเหรียญ

รูปล่างพาสเต้อร์ปิดแผล 2 กล่อง Clorox Tablet เอาไว้ใส่ถังน้ำชักโครก 409 น้ำยาเอนกประสงค์ 1 แกลลอน แถมแบบขวดสเปรย์ขวดใหญ่มา 1 ขวดด้วย อิชั้นใช้ตั้งแต่ในห้องน้ำ ถึงในครัวเลยค่ะ หัวเตา พื้นพรม นึกอะไรไม่ออกก็คว้าไอ้ 409 ไว้ก่อน 555 แต่ไม่ได้ฉีดไอ้ก๊อตตี้นะคะ เวลามันมอมๆ ก็โยนใส่อ่างไปค่ะ แล้วก็มี Clorox น้ำยาซักเสื้อผ้าสี Downy ปรับผ้านุ่ม รถไฟชื่ออะไรไม่รู้เพื่อนไอ้โธมัสมันค่ะ ไอ้ตี้เห็นแล้วชักแง่กๆ ก็เลยต้องซื้อให้ลูก ทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วเต็มบ้าน องุ่นดำ concord ไม่มีเม็ด บะหมี่เกี๊ยวซีพีอีก 2 กล่อง คือเค้า limit ให้ซื้อแล้วได้ส่วนลดแค่ทีละ 2 กล่องค่ะ ถ้าซื้อเกินตั้งแต่กล่องที่ 3 ก็ต้องจ่ายราคาเต็มๆ ก็เลยลากมาทีละ 2 กล่องทุกครั้งที่ไป Costco ค่ะ เดี๋ยวเค้าเลิกลดราคาก็เลิกกิน 5555 งกชิมิคะ Go-gurt ของลูกๆ 2 แพ๊ค เด็กๆ บ้านนี้กินโยเกิร์ตกันเก่ง อยู่บ้านก็กินเป็นถังๆ ส่วนโกเกิร์ตเป็นถุงหลอดๆ ก็เอาแช่แข็งไว้ บางทีลูกๆ ก็คว้าติดมือเอาไปหม่ำในรถเวลาไปไหนๆ สะดวกดีค่ะ ส่วนใหญ่ก็ฟาดเรียบในบ้านนี่แหละค่ะ โค้ก 2 แพ๊ค และกบเหลาดินสอแบบใส่ถ่านของลูกๆ ค่ะ อันเก่ามรณภาพไปแระ

page-657

รูปนี้เป็นของจุกจิกที่ต้องใช้ค่ะ บิโอเรสครับโฟมเป็นโฟมที่หมอผิวหนังสั่งให้รอมมี่ใช้ค่ะ เลิกใช้ของเก่าให้หมด เพราะสิวบุกหนัก ส่วนแชมพู นิวโทรจิน่า T-Sal เป็นของอิชั้นค่ะ สีดินสอเป็นของไอ้ตี้ และทิชชู่เช็ดขี้มูก  Boogie Wipes ก็เป็นของไอ้ตี้ด้วยค่ะ ส่วนแตงกวา น้ำสลัด Creamy French หอมแดงใหญ่ และมะเขือเทศจิ๋วเป็นเครื่องสลัดที่ขาดตู้เย็น เลยต้องแจ้นไปซื้อมาตุน น้ำสลัดอันนี้อยากลองมานานแล้ว พอซื้อมา แหวะ หวานๆ เหม่งๆ ไม่ชอบ ใบเสร็จเป็นของไอ้พวกเครื่องสลัดค่ะ

page-658

คราวนี้ไปช้อปต่อที่ Dollar Store ค่ะ คือทุกๆ อย่างราคา $1.- เท่ากันหมด เวลาซื้อหาก็ต้องดูดีๆ เพราะบางอย่างซื้อที่อื่นราคาไม่ถึงเหรียญค่ะ แล้วข้าวปลาอาหารจะอายุสั้น เผลอๆ ดูไม่ดี expired สิ้นชีวิตไปแล้ว  เคยซื้อที่มันหมดอายุ spoilage ต้องแจ้นเอาไปคืน live & learn อยู่เรื่อยเชียว 555 มามะมาดูกันว่าได้อะไรมาบ้าง รูปบนนะคะ สมุดหัดเขียน ABC ของไอ้ตี้ สลัดผักโรเมน สปิแนช หลอดกระดาษสำหรับ roll เศษเหรียญ ที่ใส่นิ้วเท้าเวลาทาเล็บเป็นยางซิลิโคน..คุณภาพแจ่มมาก สำลีพันก้านไม้แบบยาว แถบมัดของสีขาว สก๊อตเทปแพ๊คคู่ มะม่วง (ซื้อที่คอสต์โก้ แพ๊ค 9 ลูก ราคา $7.99 แต่มันต้องขับรถข้ามเมือง เจอตรงนี้แล้วอยากกิน ก็ซื้อๆ ไปซะให้เสร็จๆ) ถุงใส่กล้องสีแดง+ลายน้ำตาล (คุณภาพเริ่ดมากๆ) ถ่านแบตเตอรี่ 9V. แพ๊คคู่ สำหรับ smoke alarms สติ๊กเก้อร์ ดินสอ กระจก แว่นอ่านหนังสือ คุณภาพดีมากๆ ราคาที่ติดอยู่อันละ 14-19 เหรียญค่ะ แต่ต้องเลือกดูดีๆ บางอันมีขูดขีดที่เลนส์ค่ะ

รูปล่าง (อีกทริปนึงนะคะ) เห็ดหอมดอง อร่อยดีค่ะ เปรี้ยวๆ เอาไว้ทานกับพวกเนื้อย่าง ถุงพลาสติก ชอบใช้ถุงแบบนี้เวลาผักที่ซื้อมาเยอะๆ หั่น ล้าง แล้วแบ่งใส่ถุงนี้แช่ในเก๊ะตู้เย็นแบบพร้อมใช้ สะดวกดีค่ะ ไม่แพง เป็นถุงขนาด 1 แกลลอน บางๆ ใช้แบบซิปเป้อแบ๊ค…แพง เสียดายตังค์ โอ๊ตของหนูดี เห็นบอกว่าลองดู พอทานแล้วก็บอกว่าโอเคเลยนะ ถูกด้วย แต่พอพ่อบ้านมาเห็น ซื้อมาได้ไง ทำไมไม่ซื้อ Quaker Oat ให้ลูก จะอะไรกันว๊า… ก็ของมันแค่เหรียญเดียว แหลกม่ายล่ายก็ทิ้งไปสิวะ ส่วนไอ้ Triaminic Vapor Fan, with 3 Refill Pads and Batteries, Mentholated Cherry กล่องฟ้าๆ นั่น เป็น พัดลมจิ๋วใช้ถ่าน แล้วก็มีแถบกลิ่นเมนทอลเชอรี่ พอเอามาลองดูก็ โอเคเลยนะคะ หอมเย็นจมูกดี เคยซื้อแบบเสียบปลั๊ก เป็นเมนทอลเฉยๆ ซึ่งหลายตังค์อยู่ อันนี้เหรียญเดียว มีรีฟิล 3 อัน ใส่ถ่านมาให้เสร็จ เลยเก็บเอาไว้เปิดตอนลูกเป็นหวัดจมูกแน่นๆ ค่ะ แล้วก็มี dinner rolls กับ biscuits ของ Pillsbury ทั้ง 2 อย่างหมดอายุสิ้นเดือน June โน่น….สบายไปเลย กินกันหมดก่อนสิ้นเดือนเมษาแน่นอนค่ะ

page-649

หมดแล้วค่ะ จริงๆ มีรูปข้าวของโชห่วยที่ซื้อมาอีกเยอะเลยค่ะ แต่ดูเหมือนจะซื้อของเหมือนๆ กันอยู่เรื่อยๆ เดี๋ยวจะเบื่อกันเสียก่อน โชคดี แฮ้ปปี้ช้อปปิ้งค่ะ

Saturday, April 2, 2011

มาเลือกกระเป๋าสตางค์ตามวันเกิดกันเถอะค่ะ

wallets-300x300

คนเกิดวันอาทิตย์
คุณไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์สีฟ้า สีดำ หรือกระเป๋าที่ทำมาจากหนังของสัตว์ทะเลค่ะ ส่วนสีที่คุณควรใช้คือ สีในโทนสว่าง หรือจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีเขียว อันนี้ก็โอเคค่ะ

สีคนเกิดวันอาทิตย์
บริวาร คือ แดง
อายุ คือ ขาว ครีม เหลือง
เดช คือ ชมพู ม่วง
ศรี คือ เขียว
มูลละ คือ ดำ น้ำตาล เทา
อุตสาหะ คือ ส้ม
มนตรี คือ เหลือบ ควันบุหรี่
กาลกิณี คือ ฟ้า

wallet N62732 W1

คนเกิดวันจันทร์
กระเป๋าสตางค์สีแดงหรือกระเป๋าสตางค์ที่ทำมาหนังสัตว์ 2 แบบนี้คุณควรหลีกเลี่ยงไปเลยค่ะ ส่วนสีที่เหมาะกับคุณมากที่สุดก็คือ สีน้ำตาล หรือ สีม่วง

สีของคนวันจันทร์
สีบริวาร คือ สีขาว ครีม เหลือง
สีอายุ คือ สีชมพู สีม่วง
สีเดช คือ สีเขียว
สีศรี คือ สีดำ เทา น้ำตาล (เสริมราศี)
สีมูละ คือ สีส้ม
สีอุตสาหะ คือ สีเหลือบ
สีมนตรี คือ สีฟ้า
สีกาลกิณี คือ สีแดง …..

โห…อิชั้นมีกระเป๋าตังค์ กระเป๋าสะพาย สีแดงเยอะเลย มิน่าหล่ะ ไส้แห้งตลอด แงๆๆๆ แล้วให้หลีกเลี่ยงหนังสัตว์ อ้าว… หนังมนุษย์ หนังเอเลียน เหรอ แล้วจะไปหาที่ไหนฟระ

wallet-8850

คนเกิดวันอังคาร
สีน้ำตาลและสีครีม 2 สีนี้เป็นสีที่ไม่เหมาะกับคนเกิดวันอังคารเลยค่ะ และอีกอย่างที่ต้องห้ามก็คือ กระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากหนังสัตว์ ส่วนสีที่ถูกโฉลกกับคุณก็คือ สีชมพู สีแสด และ สีส้ม 3 สีนี้ก็คงจะถูกใจสาวๆ นะคะ

สีของคนวันอังคาร
สีบริวาร คือ สีชมพู สีม่วง
สีอายุ คือ สีเขียว
สีเดช คือ สีเทา ดำ น้ำตาล
สีศรี คือ สีส้ม
สีมูละ คือ สีเหลือบ
สีอุตสาหะ คือ สีฟ้า
สีมนตรี คือ สีแดง
สีกาลกิณี คือ สีขาว ครีม เหลือง

wallet1

คนเกิดวันพุธ
สำหรับคนเกิดวันพุธก็มีสีต้องห้ามอยู่ 2 สีคือ ดำและชมพู และไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากหนัง โดยเฉพาะสัตว์ปีก ส่วนสีของกระเป๋าสตางค์ที่เหมาะกับคุณก็คือ สีเขียว ครีม และ น้ำตาลค่ะ

สีของคนวันพุธ
สีบริวาร คือ เขียว
สีอายุ คือ สีเทา ดำ น้ำตาล
สีเดช คือ สีส้ม
สีศรี คือ สีเหลือบ
สีมูลละ คือ สีฟ้า
สีอุตสาหะ คือ สีแดง
สีมนตรี คือ สีขาว ครีม เหลือง
สีกาลกิณี คือ สีชมพู ม่วง

Wallet-Small

คนเกิดวันพฤหัสบดี
สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดีมีสีต้องห้ามอยู่สีเดียวคือ สีดำ และขนาดของกระเป๋าจะต้องไม่ใหญ่เกินไป เลือกชนิดมีช่องใส่พอประมาณค่ะ ส่วนสีที่เหมาะก็คือสีแดง หรือ ส้ม

สีของคนวันพฤหัสบดี
สีบริวาร คือ สีแสด
สีอายุ คือ สีเหลือบ
สีเดช คือ สีฟ้า
สีศรี คือ สีแดง
สีมูละ คือ สีขาว ครีม เหลือง
สีอุตสาหะ คือ สีชมพู ม่วง
สีมนตรี คือ สีเขียว
สีกาลกิณี คือ สีเทา ดำ น้ำตาล

walletsblue

คนเกิดวันศุกร์
สีของกระเป๋าสตางค์ที่ต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันศุกร์ก็คือ สีดำ หรือสีทึมไม่สดใส แล้วก็ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ดูแปลกจนเกินไป เพราะจะทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่นะคะ ส่วนสีที่ควรใช้ก็คือ สีฟ้า และ สีชมพู

สีของคนวันศุกร์
เดช คือ ครีมขาวเหลือง
บริวาร คือ ฟ้า
อายุ คือ แดง
ศรี คือ ชมพู ม่วง
มูลละ คือ เขียว
มนตรี คือ ส้ม
อุตสาหะ คือ เทา, ดำ, น้ำตาล
กาลกิณี คือ เหลือบ

wallet-purple

คนเกิดวันเสาร์
คุณไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์สีเขียวหรือน้ำตาล และต้องพยามยามเลือกแบบที่ไม่เก่าเร็ว ต้องแลดูใหม่อยู่เสมอ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนเกิดวันเสาร์ต้องซื้อกระเป๋าสตางค์บ่อยกว่าคนกิดวันอื่น เราะถ้าคุณปล่อยกระเป๋าสตางค์ของคุณเก่าขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็เมื่อนั้นจะทำให้ไม่มีโชคลาภค่ะ ส่วนสีที่เหมาะกับคุณก็คือ สีฟ้า หรือ สีม่วงค่ะ

สีของคนวันเสาร์
สีบริวาร คือ สีเทา ดำ น้ำตาล
สีอายุ คือ สีแสด
สีเดช คือ สีเหลือบ
สีศรี คือ สีฟ้า
สีมูละ คือ สีแดง
สีอุตสาหะ คือ สีขาว ครีม เหลือง
สีมนตรี คือ สีชมพู ม่วง
สีกาลกิณี คือ สีเขียว

moneydc6

*** สีเหลือบ คือสีที่เราไม่สามารถ ฟันธง ว่ามันคือสีอะไรกันแน่ ตัวอย่างเช่น สีของไข่มุก หรือ สีของโอปอล...***

Trick of the Day


การใส่เสื้อผ้าสีกาลกิณี ไม่ได้แปลว่าไม่ดี เพียงแต่เราจะไม่เป็นจุดเด่นในสายตาคนอื่นเท่านั้น อย่างเช่น พวกดารานักแสดงถ้าใส่พวกเสื้อผ้าสีกาลกิณี หรือแต่ตัวสีกาลกิณี ก็จะทำให้เราไม่เป็นจุดเด่นของคนอื่น ไม่ค่อยมีคนเขามาทักทาย ได้มีโลกส่วนตัวเป็นของตัวเองในเวลาเที่ยวได้ เป็นต้น

ถ้าเป็นคนเจ้าอารมณ์ให้ลดการใช้สีที่เป็นเดช ให้ไปใช้สีที่เป็นศรีเพิ่มขึ้นเพื่อจะช่วย Drop อารมณ์ของเราได้ แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นคนที่ขี้เกรงใจคนก็ให้ใช้สีที่เป็นเดชเพิ่มขึ้นค่ะ จะช่วยให้เราเป็นคนมั่นใจและ เข้มแข็งเพิ่มมากขึ้นด้วย

กาลกิณี หมายถึง ไม่ดี ต้องห้าม แต่ในของที่ดี ก็มีด้านไม่ดี และในของที่ไม่ดีเช่นกาลกิณีก็ยังมีด้านดีด้วยเช่นกัน ประมาณว่าถ้าใช้สีกาลกิณีเป็นกระเป๋าสตางค์เงินก็จะไม่ค่อยออก แต่ก็ไม่ค่อยมีเงินเข้าเหมือนกัน

คุณควรใช้กระเป๋าสตางค์ 2 ใบ ใบเล็ก เป็นกาลกิณีใส่สตางค์ไว้ ส่วนอีกใบเป็นใบใหญ่เพื่อใส่กระเป๋าใบเล็ก เพราะสีกาลกิณีเงินไม่ออก แต่สีของมูลละเป็นทรัพย์สินเงินทองนะ เงินเข้า

เงินไม่ค่อยออกในที่นี้ไม่ได้แปลว่าในกระเป๋าสตางค์ไม่มีเงินนะ แต่ประมาณว่าวันนี้จะไปซื้อเสื้อซักตัว เดินแล้วเดินอีกก็อาจจะหาไม่ได้ หรือเจอแบบที่ต้องการแต่ไม่มีขนาดเราอะไรประมาณเนี้ย

แต่ในทางกลับกันถ้าใช้สีมูลละมาเป็นกระเป๋าสตางค์ก็เตรียมตัว shop สะบั้นหั่นแหลกเลยล่ะ แต่เงินก็เข้ามาเยอะด้วยเหมือนกัน เลือกเอาว่าจะใช้แบบไหน

ใช้กระเป๋าสองใบ มูลละ ใบนึง กาลกิณีใบหนึ่ง พอได้เงินมา ก็เอาเงินไปใส่ใน กาลกิณี เข้าแต่ไม่ออก
จริงๆ ถ้าให้ดีควรที่จะมีทั้งสีกาลกิณีและมูลละอยู่ในกระเป๋าเดี่ยวกันมากกว่านะ

moneyFz_fs

I've got all the money I'll ever need

if I die by four o'clock this afternoon.